วันจันทร์ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2559

3.2 https (Hypertext Transfer Protocol over Secure Socket Layer)


HTTPS คืออะไร

https ย่อมาจาก Hypertext Transfer Protocol over Secure Socket Layer หรือ http over ssl คือ โปรโตคอลที่ระบุถึงการเชื่อมต่อแบบ Secure http โปรโตคอล https สร้างเพื่อความปลอดภัย
ในการสื่อสารผ่านอินเตอร์เน็ตข้อมูลที่ทำการส่งได้ถูกเข้ารหัสเอาไว้ โดยใช้ Asymmetric Algorithm ซึ่งถ้าถูกดักจับได้ก็ไม่สามารถที่จะอ่านข้อมูลนั้นได้รู้เรื่อง โดยข้อมูลนั้นจะสามารถอ่านได้เข้าใจเฉพาะClient กับเครื่อง Server เท่านั้น นิยมใช้กับเว็บไซต์ที่ต้องการความปลอดภัยสูง เช่น เว็บไซต์ของธนาคาร ร้านค้าออนไลน์ เป็นต้น

ความแตกต่างของ http และ https
เว็บไซต์ที่มี https จะเพิ่มความปลอดภัยในการรับส่งข้อมูลให้กับเรามากขึ้นในขณะที่เราทำธุรกรรมออนไลน์ เพราะ https จะช่วยปกป้องข้อมูลสำคัญที่ส่งออกจากคอมพิวเตอร์ของเราผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ตเข้าไปยังเซิร์ฟเวอร์ของหน้า ร้านออนไลน์ ทำให้อาชญากรคอมพิวเตอร์ไม่สามารถนำข้อมูลไปใช้งานได้ แต่สำหรับเว็บไซต์ส่วนใหญ่ที่ใช้ http อาชญากรคอมพิวเตอร์จะสามารถขโมยข้อมูลที่ถูกส่ง
จากคอมพิวเตอร์ของเราไปยังเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซ (เซิร์ฟเวอร์ของหน้าร้านออนไลน์) ได้อย่างง่ายดาย


ที่มา : http://www.ismed.or.th
          http://www.modify.in.th
          http://intranet.dt.mahidol.ac.th

3.3 POP3


Post Office Protocol version 3
POP3 คือ โปรโตคอล (Protocol) ที่ใช้รับ E-Mail โดยเป็น Protocol ประเภทที่เรียกว่า Message Access Protocol ที่ได้รับความนิยมมากที่สุด โดยในปัจจุบันมีการพัฒนาโปรโตคอลนี้มาจนถึงเวอร์ชั่น 3
advertisements

POP3 จะมีลักษณะที่เน้นการทำงานแบบ Offline นั่นหมายถึงเราสามารถเขียน Email ไว้ในเครื่องของเราโดยไม่จำเป็นต้องต่ออินเตอร์เน็ต เมื่อใดที่เราต่ออินเตอร์เน็ต เราสามารถส่ง Email นั้นออกไปยัง Email Server ของเรา เพื่อส่งต่อไปยัง E-mail Server ของผู้รับ ส่วนในด้านของการรับ Email นั้น อีเมล์จากผู้ส่งจะถูกส่งมาเก็บไว้ที่ Email server ของเรา จากนั้นเมื่อเราต่ออินเตอร์เน็ต เราสามารถเรียกอีเมล์นั้นจากอีเมล์เซิฟเวอร์ลงมายังเครื่องคอมพิวเตอร์ของเรา โดยเรียกผ่านโปรแกรมประเภท E-mail client เช่น Microsoft Outlook หรือ Outlook Express เมื่ออีเมล์นั้นถูกดึงลงมายังเครื่องของเราแล้ว เราสามารถสั่งให้ลบ Email นั้นบน Email Server ก็ได้ หรือจะให้เก็บเอาไว้ก่อนก็ได้


หลักการทำงานของ POP3 E-mail
ในกรณีที่เราสั่งให้เก็บ Email นั้นไว้บน Server ซอฟต์แวร์ Email client ที่เราใช้จะจดจำเอาไว้ว่าอีเมล์ฉบับไหนที่เรา Download มาแล้วบ้าง เพื่อป้องกันการ Download ซ้ำนั่นเอง


ตัวอย่างการตั้งค่า POP3 Email
เมื่ออีเมล์นั้นถูกดึงลงมายังเครื่องของเราแล้ว เราสามารถจัดการอีเมล์นั้นได้แบบ Offline กล่าวคือ สามารถอ่าน แก้ไข ลบ ส่งต่อ หรือตอบอีเมล์นั้นๆได้ทันที และอีเมล์นั้นๆจะถูกเก็บไว้ในเครื่องของเราจนกว่าเราจะสั่งลบเอง

ที่มา : http://www.comgeeks.net/pop3/

3.4 Simple Mail Transfer Protocol (SMTP)


Simple Mail Transfer Protocol (SMTP)
 เป็นโปรโตคอล ของ TCP/IP ใช้ในการส่งและรับ E-mail แต่ SMTP มีความจำกัดในด้านแถวคอย (Queue) ของ message ในด้านรับ ตามปกติจะใช้ร่วมกับโปรโตคอลอื่นอีกตัว เช่น POP3 หรือ Internet Message Access Protocol เพื่อให้ผู้ใช้สามารถเก็บเมล์ไว้ใน server mailbox และ ดาวน์โหลดจาก server ในอีกความหมาย คือ SMTP ใช้สำหรับการส่งเมล์ของผู้ใช้ และ POP3 หรือ IMAP ใช้สำหรับเมล์แล้ว เก็บไว้ในเครื่องแม่ข่าย โปรแกรม E-mail ส่วนใหญ่ เช่น Eudora ให้ผู้ใช้ระบุได้ทั้ง SMTP server และ POP Server บนระบบ UNIX การส่งเมล์ใช้ SMTP server ส่วนแพ็คเกตการส่งเมล์เชิงพาณิชย์ได้รวม POP server และมาพร้อมกับ Window NTSMTP ได้รับสนับสนุนให้กำกับพอร์ต 25 ของ Transmission Control Protocol รายละเอียดของ SMTP อยู่ใน Request for Comment 821 ของ Internet Engineering Task Force (IETF) ตัวเลือกอื่นนอกจาก SMTP คือ X.400 ซึ่งใช้กันอย่างกว้างขวางในยุโรป

ที่มา : http://www.prosoftemailmarketing.com/ArticleInfo.aspx?ArticleTypeID=2132&ArticleID=7900

3.5 FTP (File Transfer Protocol)


FTP (File Transfer Protocol)
 (File Transfer Protocol) คือ รูปแบบมาตรฐานบนโครงข่าย (standard network protocol) ชนิดหนึ่ง ที่ใช้สำหรับการส่งไฟล์ หรือรับไฟล์ (receive file) ระหว่างเครื่องคอมพิวเตอร์ที่เป็นลูกข่ายที่ส่วนใหญ่จะเรียกว่าไคลเอนต์ (client) กับเครื่องคอมพิวเตอร์ที่เป็นแม่ข่าย
ที่ส่วนใหญ่จะเรียกว่า โฮสติง (hosting) หรือ เซิร์ฟเวอร์ (server) โดยที่การติดต่อกันทาง FTP เราจะต้องติดต่อกันทาง Port 21 ซึ่งก่อนที่จะเข้าใช้งานได้นั้น จะต้องเป็นสมาชิกและมีชื่อผู้เข้าใช้ (User) และ รหัสผู้เข้าใช้ (password) ก่อน โปรแกรมสำหรับติดต่อกับแม่ข่าย (server) ส่วนมากจะใช้โปรแกรมสำเร็จรูป เช่นโปรแกรม ไฟล์ซิลลา CuteFTP หรือ WSFTP ในการติดต่อ เป็นต้น
จาก บทความด้านบนขอขยายความดังนี้ครับ โดยปกติเมื่อเราต้องการทำเว็บไซต์ไม่ว่าด้วยจุดประสงค์ใดก็ตาม สิ่งที่เราจะต้องนึกถึงและขาดไม่ได้คือ Hosting (Server) ซึ่งในปัจจุบันมีผู้ให้บริการอยู่เป็นจำนวนมาก การที่เว็บไซต์ของเราสามารถให้บริการได้ตลอด 24 ชั่วโมง 365 วันโดยไม่มีวันหยุดนั้น ก็เพราะ Hosting (Server) ไม่เคยปิดนั่นเอง ทีนี้เรามาพูดถึงการสร้างเว็บไซต์กันบ้าง การสร้างเว็บไซต์เกิดจากการเขียน Code โปรแกรม ไม่ว่าจะเขียนด้วยภาษา HTML, PHP, ASP, ฯลฯ ล้วนแล้วแต่ต้องนำไฟล์ที่เราเขียนเสร็จเรียบร้อยไปใส่บน Hosting เพื่อสามารถให้บริการได้ตลอด 24 ชั่วโมง 365 วัน แต่ด้วยหนทางที่อยู่ไกลกันระหว่างเรากับ Hosting ที่เราขอใช้บริการไว้ เราจึงต้องใช้เทคโนโลยีของคอมพิวเตอร์ ในการโอนย้ายไฟล์ระหว่างเครื่องคอมพิวเตอร์ของเรา กับ Hosting ซึ่งเทคโนโลยีนั้นคือ FTP นั่นเอง สำหรับโปรแกรมที่แนะนำให้ใช้ในการโอนย้ายไฟล์นั้น คือโปรแกรม Filezilla เพราะเป็น Opensouce สามารถ Download มาใช้งานได้ฟรี และใช้งานง่าย มีการ Update โปรแกรมอยู่โดยตลอด

3.6 IP

อินเทอร์เน็ตโพรโทคอล ย่อว่า ไอพี​ (อังกฤษ: Internet Protocol: IP) หรือ เกณฑ์วิธีอินเทอร์เน็ต  เป็นโพรโทคอลการสื่อสารที่สำคัญใน Internet protocol suite สำหรับถ่ายทอดดาต้าแกรม(หน่วยข้อมูลพื้นฐานของแพ็กเกต ซึ่งการส่ง, เวลาถึงและลำดับที่ถึง ไม่ถูกรับประกันโดยเครือข่าย)ข้ามเขตแดนเครือข่าย ฟังก์ชันการกำหนดเส้นทางของมันจะช่วยงานภายในเครื่อข่ายและก่อตั้งระบบอินเทอร์เน็ตขึ้น การทำงานของไอพีเป็นการทำงานแบบไม่รับประกันความถูกต้องของข้อมูล
รุ่นปัจจุบันคือ IPv4 และกำลังอยู่ในช่วงผลักดันให้ใช้ IPv6
ในอดีต IP เป็นบริการดาต้าแกรมแบบ connectionless ใน Transmission Control Program เดิมที่ถูกแนะนำโดย Vint Cerf และบ๊อบ คาห์นในปี 1974; อีกตัวหนึ่งเป็น Transmission Control Protocol (TCP) แบบ connection-oriented ชุดโพรโทคอลอินเทอร์เน็ตจึงมักจะเรียกว่า TCP / IP

รุ่นแรกของ IP, Internet Protocol เวอร์ชัน 4 (IPv4) เป็นโพรโทคอลที่โดดเด่นของอินเทอร์เน็ต ผู้รับช่วงต่อของมันคือ Internet Protocol เวอร์ชัน 6 (IPv6)

3.7 TCP/IP

TCP/IP คืออะไร
      การที่เครื่องคอมพิวเตอร์ที่ถูกเชื่อมโยงกันไว้ในระบบ  จะสามารถติดต่อสื่อสารกันได้นั้น จำเป็นจะต้องมีภาษาสื่อสารที่เรียกว่า โปรโตคอล (
Protocol ) ซึ่งในระบบInternet จะใช้ภาษาสื่อสารมาตรฐานที่ชื่อว่า TCP/IP เป็นภาษาหลัก ดังนั้นหากเครื่องคอมพิวเตอร์ไม่ว่าจะเป็นเครื่องระดับไมโครคอมพิวเตอร์ มินิคอมพิวเตอร์ หรือเมนเฟรมคอมพิวเตอร์ ก็สามารถเชื่อมโยงเข้าสู่อินเทอร์เน็ตได้
TCP  ย่อมาจากคำว่า   Transmission Control Protocol
IP   ย่อมาจากคำว่า   Internet  Protocol
TCP/IP คือชุดของโปรโตคอลที่ถูกใช้ในการสื่อสารผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต
โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้สามารถใช้สื่อสารจากต้นทางข้ามเครือข่ายไปยังปลายทางได้
และสามารถหาเส้นทางที่จะส่งข้อมูลไปได้เองโดยอัตโนมัติ 

TCP และ IP มีหน้าที่ต่างกัน คือ
 1.  TCP จะทำหน้าที่ในการแยกข้อมูลเป็นส่วน ๆ หรือที่เรียกว่า Package ส่งออกไป ส่วน TCP ปลายทาง ก็จะทำการรวบรวมข้อมูลแต่ละส่วนเข้าด้วยกัน เพื่อนำไปประมวลผลต่อไป โดยระหว่างการรับส่งข้อมูลนั้นก็จะมีการตรวจสอบความถูกต้องของ ข้อมูลด้วย ถ้าเกิดผิดพลาด TCP ปลายทางก็จะขอไปยัง TCP ต้นทางให้ส่งข้อมูลมาใหม่
 2.  IP จะทำหน้าที่ในการจัดส่งข้อมูลจากเครื่องต้นทางไปยังเครื่องปลายทางโดยอาศัย 
IP Address 



3.8 DHCP (Dynamic Host Configuration Protocol)

                  คือ โปรโตคอลที่บริการ ในการกำหนด IP Address แบบอัตโนมัติแก่เครื่องลูกข่ายบนระบบเครือข่ายที่เชื่อมต่ออยู่ โดย DHCP server จะมีทำหน้าที่แจกจ่าย IP Address และกำหนดอายุของการใช้งาน IP Address นั้นๆ อีกหน้าที่คือจะไม่ให้ในเครือข่ายรับ IP Address ซ้ำซ้อน เมื่อเครื่องลูกข่าย เริ่มเปิดเครื่องและ Boot ขึ้นมาก็จะร้องขอ IP address, Subnet mark, DNS และ Default 3.8gateway จากเครื่อง DHCP server

ขั้นตอนการการร้องขอ IP Address กับ DHCP server
1. เครื่องลูกข่ายจะค้นหาเครื่อง DHCP server ในเครือข่าย โดยส่ง DHCP discover เพื่อร้องขอ IP address
2. DHCP server ตรวจสอบ IP ที่ว่างอยู่ในฐานข้อมูล แล้วส่ง DHCP offer กลับไปให้เครื่องที่ร้องขอ
3. เมื่อเครื่องที่ร้องขอได้รับ IP Address จะส่งสัญญาณตอบกลับ DHCP Request ให้ DHCP server ทราบ

4. DHCP server ส่งสัญญาณ DHCP Ack กลับไปให้เครื่องที่ร้องขอ เพื่อแจ้ง เริ่มใช้งานได้


ที่มา : http://dit.csc.ku.ac.th/index.php?option=com_content&view=article&id=340:dhcp-dynamic-host-configuration-protocol-08072013&catid=52:help-a-document&Itemid=165